การฝึกสเกล


 คำถามยอดฮิต
  เวลาตีคอร์ดต้องดีดกี่สาย?
   นิ้วสั้นเล่นกีต้าร์ได้มั้ย?
   ทำไมเล่นแล้วเสียงบอด?
  F/E.... คืออะไร? เล่นยังไง?
  ปัจจัยสำหรับการเป็น
นักกีต้าร์ที่ดีมีอะไรบ้าง?

เครื่องมือสำหรับฝึกกีต้าร์
  ตารางคอร์ด
  ภาพตัวอย่างการจับคอร์ด
  หาคอร์ดกีต้าร์จากภาพ
  Tuner&Metronome
  ฝึก Sight Reading ด้วย
      Games
  Guitar Games

JOBSIAM.COM : Jobs Online

บทที่ 5 การ Transpose คอร์ด

คราวที่แล้วที่ผมได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ในแต่ละคอร์ดจะมีวิธีการจับหลายแบบด้วยกัน แล้วแต่ว่าเราจับคอร์ตรงช่วง
เฟรทไหน .......ตายละวา คอร์ดก็มีตั้งหลายคอร์ด แถมแต่ละคอร์ดยังจับได้ตั้งหลายแบบ แล้วทีนี้จะจำยังไงไหว?
แล้วจะเลือกใช้คอร์ดแบบไหนกันดี? คำถามเหล่านี้คงเกิดขึ้นกับหลายๆคน อย่าเพิ่งงงกันไปใหญ่นะครับ อันที่จริงคอร์ดที่มีอยู่ทั้งหมดในทางทฤษฎีก็ไม่ได้หมายความว่าจะถูกนำมาใช้ซะทั้งหมดหรอกครับ เพราะในทางปฏิบัติบางคอร์ดก็แทบจะไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำไป ส่วนเรื่องการจดจำรูปแบบในการจับคอร์ด ก็เป็นเรื่องที่จะพูดถึงในบทนี้แหล่ะครับ ................เอาล่ะครับ เริ่มกันเลยดีกว่า

ยกตัวอย่างคอร์ด A

คอร์ด A ประกอบด้วยตัวโน๊ต A,C#,E

ตามที่ผมเคยบอกไปแล้วในบทที่ 1 ว่าแต่ละเฟรทนั้นห่างกันครึ่งเสียง ฉะนั้น ถ้าห่าง 2 เฟรท ก็เท่ากับ
ห่างกัน 1 เสียงครับ เราลองมาดูการ Transpose ในฟอร์มคอร์ด A กันนะครับ

ถ้าเราเคลื่อนนิ้วเข้าหาตัวกีต้าร์ 2 เฟรท ฟอร์มคอร์ด A ดังกล่าว จะได้เป็นคอร์ด B ดังรูป

*** ใช้นิ้ว 2(นิ้วชี้)ทาบที่เฟรทที่ 2

คอร์ด B ประกอบด้วยตัวโน๊ต B,D#,F#

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ เราเคยเรียนกันมาแล้วว่าตัวโน๊ต A กับ B ห่างกัน 1 เสียง พอมาเป็นคอร์ดก็เช่นเดียวกัน หมายถึง เราสามารถใช้ฟอร์มคอร์ด A เป็นแบบ แล้ว Transpose มา 2 เฟรท โดยใช้นิ้ว 2(นิ้วชี้) ทาบที่เฟรท 2 และนิ้ว 3,4,5 กดไปที่สาย 2,3,4 ในเฟรทที่ 4 ดังรูป (อ่านแล้วงงกันรึเปล่าครับ อันที่จริงดูจากรูปก็เข้าใจได้ไม่ยาก ครับ) *** ลืมบอกไปครับ ไม่ทราบเพื่อนๆงงกันรึเปล่าว่าเราจับคอร์ด A เราจะกดนิ้วแค่ 3 จุด แต่ทำไมพอ Transpose มาเป็นคอร์ด B จึงต้องใช้นิ้ว 2(นิ้วชี้)ทาบที่เฟรทที่ 2 คำตอบก็คือ อันที่จริงแล้วเวลาที่เราจับคอรด์ A ส่วนที่เรียกว่า"นัท"(ที่เป็นตัวรองสายก่อนจะพันเข้ากับแกนที่เชื่อมต่อกับลูกบิด ซึ่งเวลาเราปรับลูกบิดแกนตัวนี้ ก็จะหมุน) โดยนัทจะเป็นตัวขึงสายเพื่อให้เกิดเสียง ฉะนั้น การที่เราใช้นิ้วทาบลงไปก็เป็นการกดสายเพื่อให้เกิด เสียงเช่นกัน ดังนั้น ในการ Transpose คอร์ด ก็ต้อง Traspose มาให้หมด ไม่เว้นสายเปล่านะครับ ถ้าจะให้ ละเอียด เราลองมาดูการ Transpose ในแต่ละสายกันนะครับ

 

คอร์ด A                                                คอร์ด B

สายที่ 1 = E (สายเปล่า)    -------------------- Transpose เป็น =  F#

สายที่ 2 = C#   ------------------------------------ Transpose เป็น =  D#

สายที่ 3 =    -------------------------------------- Transpose เป็น =  B

สายที่ 4 = E    ------------------------------------- Transpose เป็น =  F#

สายที่ 5 = A (สายเปล่า)    --------------------- Transpose เป็น =  B

สายที่ 6 = E (สายเปล่า)    --------------------- Transpose เป็น =  F#

 

จากคอร์ด A ไป คอร์ด B แล้ว ที่นี้เราลองมา Transpose กันอีกครั้งนะครับ

คอร์ด C ประกอบด้วยตัวโน๊ต C,E,G

สำหรับคอร์ด B เราใช้นิ้ว2 (นิ้วชี้)ทาบเฟรทที่ 2 คราวนี้เรา Transpose มาครึ่งเสียง ทาบนิ้วชี้ที่เฟรทที่ 3 ส่วนนิ้วอื่นก็วางในรูปเดิม ก็จะได้เป็นคอร์ด C แล้วครับ

*** เนื่องจาก B กับ C ห่างกันครึ่งเสียง ฉะนั้น คอร์ด B ไปคอร์ด C จึงห่างกันเพียง 1 เฟรทเท่านั้น

Transpose อีกครั้งก็จะได้คอร์ด D ดังรูปครับ

    คอร์ด D ประกอบด้วยตัวโน๊ต D,F#,A

เอาละครับยกตัวอย่างให้ดูพอสมควรแล้ว หวังว่าเพื่อนๆคงจะเข้าใจเรื่องการ Transpose กันบ้างแล้วนะครับ ลองไปฝึก Traspose กันเอาเองนะครับ โดยใช้ฟอร์มคอร์ดที่จับในเฟรทแรกๆ เช่น คอร์ด A, คอร์ด E, คอร์ด D ยึดเป็นฟอร์มที่ใช้ในการ Transpose จะได้เข้าใจยิ่งขึ้น แล้วมาต่อกันบทหน้านะครับ ...........................บาย

 

 

Copyright ?2008 guitarkung.com. All rights reserved. This website was created by : Mr.guitarkung

สถิติเว็บไซต์